หมอเส็ง

ปัญหาโรคยอดฮิตในปัจจุบัน

ปัญหาโรคยอดฮิตในปัจจุบัน

ปวดประจำเดือน

โดยปกติผู้หญิงส่วนใหญ่อาจจะมีอาการปวดประจำเดือนเล็กน้อย ร่วมกับอาการครั่นเนื้อครั่นตัว เต้านมคัด ปวดบั้นเอว รวมทั้งนอนไม่หลับ และหงุดหงิดง่าย แต่ในบางรายอาจมีอาการปวดค่อนข้างมากจากสาเหตุอื่นๆได้ เช่น เป็นโรคผนังมดลูกงอกผิดที่ คือ ไปงอกอยู่ด้านนอกโพรงมดลูก ทำให้เมื่อมีประจำเดือนมาก็จะมีประจำเดือนออกในช่องท้องด้วย ต่อมาก็เกิดมีอาการอักเสบ แล้วจะแห้งกลายเป็นแผล ซึ่งมักเรียกกันว่าพังผืด ในที่สุดพังผืดก็จะพันเกาะไปตามอวัยวะที่เลือดออก คล้ายๆใยแมงมุม ทำให้อวัยวะต่างๆติดกันแน่นแบบถวาร อาการปวดเช่นนี้จะมีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

นอกจากนี้ยังเกิดได้อีกจากหลายสาเหตุ เช่น มดลูกคว่ำหรือหงาย มดลูดกบิดเบี้ยว มดลูกต่ำ มดลูกโต มดลูกอักเสบ มีก้อนเนื้อร้ายในมดลูก รวมทั้งการปวดประจำเดือนที่เกิดจากความไม่สมดุลย์ของฮอร์โมนเพศหญิงระหว่างรอบเดือน ซึ่งผู้ที่ปวดมากผิดปกติควรไปตรวจภายในให้ทราบอย่างแน่ชัดเสียก่อน

ผู้หญิงส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องมดลูกทั้งนั้น จะเป็นช้าหรือเร็วหรือเป็นมากหรือน้อยก็ว่ากันไป ยิ่งคนที่ทำงานหนัก ต้องยกต้องหาม พอทำมากๆเบ่งหน้าท้องมากๆ มดลูกก็เริ่มมีปัญหามดลูกห้อยต่ำลงเคลื่อนลง เริ่มทำให้เกิดอาการของผู้หญิงที่มีมากคือ ปวดประจำเดือน หน่วงท้องน้อย ตกขาว พาให้ปวดหลังไปด้วย เพราะต่ำลงมาก็ไปเบียดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อย ยั้งปัสสาวะไม่อยู่ หรือบางคนมดลูกต่ำ เวลาไอจามฉี่เล็ด ดังนั้นคนที่ปวดมดลูกประจำควรทานยาว่านชักมดลูก ซึ่งทำให้มดลูกกระชับขึ้น

คุณหมอเส็งได้แนะนำยาที่สามารถทานได้คือ

  • ยาน้ำว่านชักมดลูก สูตรใดก็ได้ ครั้งละ 30-40 cc (เช้า-เย็น)
  • ยาบรรเทาปวดเมื่อย ครั้งละ ครึ่งขวด (เช้า-เย็น)

ทานติดต่อกัน 10-15 วัน อาการปวดมดลูกจะน้อยลงหรือดีขึ้น ทานติดต่อกันเรื่อยๆ อาการจะหายไป สตรีที่มีอาการปวดมดลูก ตกขาว คันช่องคลอด ให้ทานยาว่านชักมดลูก ครั้งละ 30-40ซีซี และขมิ้นชัน 3เม็ด วันละสองครั้ง เช้า-เย็น

คุณหมอเส็งได้แนะนำยาที่สามารถทานได้